เนื่องจากได้ย้อนกลับมาอ่าน เรื่องที่ตัวเองเขียน และได้อ่านความเห็นบางความเห็น ผมจึงมีความคิดที่จะเข้ามาแก้ไข entry นี้อีกครั้ง..  ด้วยความบริสุทธิ์ใจ..ผมไม่มีเจตนาให้ร้ายพระสงฆ์หรือศาสนาแม้แต่น้อย.. ผมเชื่อในความดีและความชั่ว คนทำดีย่อมได้รับความสุขใจในสิ่งที่ตัวเองทำ และบางที(ต้องใช้คำว่าบางทีนะครับ)ความดีที่ได้ทำไปนั้น จะส่งผลในด้านดีให้กับเรา  การทำชั่วก็เช่นกัน..บางทีผู้กระทำก็ได้รับผลแห่งการกระทำนั้น..  การที่ผมไม่ไหว้พระ...มันเป็นความคิดส่วนบุคคลซึ่งหากใครจะมองว่าผิดก็ไม่เป็นไรครับ.. สาเหตุมาจากหลายๆสิ่งหลายๆอย่างที่ผมได้พบเจอ ทำให้เกิดความคิดแบบนี้  ผมไม่ใส่บาตร ผมพยายามเลี่ยงการใส่ซองกฐินและซองผ้าป่า เพื่อหวังจะได้บุญเยอะๆ  การถือดอกไม้ธุปเทียน 1 กำ ไปไหว้พระแล้วขอให้ถูกรางวัลที่หนึ่ง..ไว้พระแล้วขอโน่น นี่ นั่น..  ผมไม่อยากเป็นผู้ขอ..  ผมคิดว่าผู้ให้สวยงามกว่าเยอะ...  ผมเลือกที่จะบริจาคเลือด  เลือกที่จะอุปการะเด็กด้อยโอกาส  เลือกที่จะช่วยเหลือผู้อื่น และไม่ได้หวังว่าการกระทำนี้จะส่งผลไปในชาติหน้าชาติไหน..  หากชีวิตคนเราเหมือนก๋วยเตี๋ยวหนึ่งชาม เพื่อให้ก๋วยเตี๋ยวชามนี้อร่อยบางคนใส่น้ำส้ม ใส่น้ำตาล ใส่เกลือ  แต่ผมแค่เลือกที่จะไม่ใส่น้ำตาล แต่เปลี่ยนเป็นใส่พริกแทน เพราะผมคิดว่ามันอร่อยสำหรับผม...

ผมบวชเรียนมาเกือบหนึ่งปีเต็ม อยู่มาวันหนึ่งผมบอกกับใครๆว่า ผมเลิกนับถือศาสนาเพราะผมได้พบเจอการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม  และผมก็รู้ว่าพระก็คือคน เพราะการเอาคนมาบวชเป็นพระ..ก็มีทั้งพระดีและพระไม่ดี แต่เชื่อได้แน่นอนว่าส่วนน้อยเท่านั้นที่ไม่ดี..  สุดท้ายนี้ผมรู้ว่าทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี.. ศาสนาเป็นสิ่งที่ดี..  แต่ถ้าผมไม่ได้นับถือศาสนาใดๆเลย มันแปลว่าผมเป็นคนไม่ดีอย่างนั้นหรือ...

 

edit @ 11 Mar 2008 16:02:44 by :: KinG MoJi ::

edit @ 11 Mar 2008 16:13:06 by :: KinG MoJi ::

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

คิดแบบนี้เหมือนกันค่ะ แต่เรื่องกรอกใบสมัครอะไรต่างๆ ก็ยังใส่ว่านับถือศาสนาอะไรอยู่ เพราะขี้เกียจตอบคำถามแบบที่คุณ Kingmoji เจอ

#1 By VAR on 2007-07-26 13:45

เขียนดีมากเลยค่ะ เป็นคอลัมน์นิสอะไรรึปล่าวเนี่ย
เป็นคยขวางโลกน่าจะมีความแตกต่างนะคะ บอกตามตรงว่าตั้งแต่เปิดblogมาเจอของพี่เนี่ยถูกใจมาก หนูก็ไม่นับถืออะไรเลยเหมือนกัน แต่ไม่ถึงขนาดไม่ยอมกรอกหรอกนะ (มันแรงไป)

#4 By chubbyhole on 2007-07-26 14:33

ถ้าคิดอย่างนี้แล้วขวางโลก

ผมก็คงเป็นหนึ่งในนั้นสินะ



อ่านแล้วคิดถึงสมัยเป็นเด็กๆ

ถูกแม่จับให้บวชสามเณรภาคฤดูร้อน

ด้วยความเป็นเด็กน่ารัก พอโกนผม โกนคิ้ว

หน้าเหมือนเด็กผู้หญิง กลายเป็นที่แย่งชิงของพระเณรในวัด

แม่ไม่เคยรู้เลยว่าลูกชายตัวเองไปทำพระขอลาสิกขาไป 2 รูป

แหะๆ...(บาปกรรมไหมเนี่ย)

พอลาสิกขาหมดภาคฤดูร้อน

ระดับความศรัทธาในศาสนาลดลง

เปลี่ยนเป็นไม่นับถือศาสนาใดๆ

มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำบัตรประชาชน

แล้วก็เป็นเยี่ยงนี้เรื่อยมา จนได้มาอ่านหนังสือท่านพุทธทาส

สอนเกี่ยวกับหลักธรรมชาติ

ผมว่าทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี

เวลาผมกราบพระ ผมกราบพระสงฆ์ผู้ปฎิบัติดี ปฎิบัติชอบ

ผมไม่ศรัทธาพิธีกรรม ผมไม่ชอบการทำบุญสุนทาน ต่ออายุ สืบดวงชะตา

แต่ผมเชื่อในเรื่อง "กรรม" ที่แปลว่า "การกระทำ"

สรพพสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามกรรม ตามหลักธรรมชาติ

ทำดี ได้ดี อย่างน้อยๆเราก็สบายใจที่ได้ทำดี ไม่ได้เอาศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยว

แต่เอาตัวเองยึดเหนี่ยวตัวเอง

อ่านแล้วงงใช่ม๊า...

ผมยังงงเลย



บุญรักษา 19 สิงหาไปลงประชามติกัน
ดูเหมือนคุณจะเป็นพวก ethic นสมัยนี้เป็นกันเยอะครับ สิ่งที่คุณปฏิบัติก้เป็นส่วนหนึ่งในหลักศาสนา

คนเป็น Ethic นั้น เมื่อถึงเวลาหนึ่งจะเจอทางตัน เพราะหลายคำถามในชีวิตมีแต่ศาสนาเท่านั้นที่ทำให้คุณมองเห็นคำตอบ แม้วิทยาศาสตร์ก็ช่วยคุณไม่ได้

#6 By Authorized by Contessa I on 2007-07-26 18:11

แอบตกใจว่ามีคนไม่นับถือศาสนาอีกด้วยหรอเนี่ย.....

ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นนะ
ผมก็พอๆกะพี่อ่ะ
เห็นพระตะโกนด่า
เห็นเณรแซวสาวๆ
บลาๆ
เลยพาลไม่ชอบไปเลย - -""
แต่ที่ว่ากรอกศาสนา ไหว้พระอะไรผมก็ทำอยู่นะ(ถ้าภาคบังคับ)

***ขอแอดบล๊อคนะครับ*

#7 By KIPPE @ ภัทร on 2007-07-26 18:41

พี่ชายของปราบดาหยุ่นก็ไม่นับถือศาสนาตั้งแต่อายุ16(ถ้าจำไม่ผิด)

ปัจจุบันหายไปไร้ร้องลอยขณะที่ทุกคนอยู่บนเครื่องบิน


...........................

ต่างกับเราตรงที่ เรารักทุกศาสนาจนเรียกได้ว่าจะนับถือให้หมด

#8 By Gimsong♪ 김성 on 2007-07-26 18:44

เราว่าเราเป็นพุธตามทะเบียนบ้านนะคะ

ความจริงเราชอบไปนั้งสมาธินะ(แปลกแต่ดันจริงสำหรับเด็ก)
แต่ไม่มีหรอกเวลาที่ไป พ่อแม่ก็ทำงาน เราเองก็เรียนหนังสือ เสาร์อาทิตยืก็เรียนพิเศษ พอเว้นไปสักพักก็ไม่ได้นั่งนาน
ตอนนี้มันจะเป็นไงก็ช่างเหอะ ไม่เป็นภาระให้คนอื่น ทำตามหน้าที่ตัวเองก็พอ

#9 By M@IVa{มานา} on 2007-07-26 19:18

ฉันรักศาสนา
ฉันศรัทธาในความดีและเชื่อมั่นในความเลว
ฉันว่าสิ่งเหล่านี้มันจับต้องไม่ได้ แล้วแต่คนจะคิดไป

อ่านข้อความนี้จบพาลให้คิดถึงปรัชญาอัตถิภาวนิยม (existentialism) ขึ้นมาตะหงิดๆ โดยเฉพาะ นิทเช่ คนที่เขียนเรื่อง Beyound Good & Evil ที่เพิ่งอ่านจบไป
ฉันขอรวบรัดสรุปสั้นๆ นะ ปรัชญานี้เป็นปรัชญาที่ปฏิเสธปรัชญาทั้งปวง มันก็เหมือนกับ Entry นี้ อยู่กับความจริง และสิ่งที่เห็น ไม่จำเป็นต้องมีกฏเกณฑ์

แต่เมื่ออ่านจบแล้วฉันกลับคิดว่า โลกนี้ "จำเป็น" ต้องมีกฏเกณฑ์บางอย่างมาควบคุมประชาชนส่วนใหญ่นะ
เพราะถ้าคนไหนมีความคิดดีๆ รู้ว่าอะไรดี และ เลว อย่างนี้ก็ดีไป แต่ถ้าคนบางคนคิดอีกอย่างล่ะ ไม่มีอะไรมายั้งไว้ จะเกิดอะไรขึ้น

ก็แค่ความเห็นของคนอีกคนหนึ่งนะคะ
ไม่ใช่คนขวางโลกหรอก
แค่ตื้นเขินทางความคิดต่างหาก
ศาสนาพุทธ สอนให้คิด ตรึกตรอง
ไม่ได้สอนให้เชื่ออย่างงมงาย

สมมติสงฆ์ ที่เห็นในปัจจุบัน เป็นปัจจัยสำคัญในทางความเสื่อม ตามแก่นแท้แห่งศาสนาพุทธ ที่ว่า
ทุกสิ่ง ย่อมเสื่อมไปตามกาล
ไม่ยกเว้นแม่แต่ใน ตัวของ "พุทธ" เอง

ที่สำคัญ ศาสนาพุทธ ไม่ได้สอนให้ไหว้พระนะจ๊ะ
แต่มาถือปฏิบัติกันเองตามพฤติกรรมของแต่ละภูมิศาสตร์นั้นๆ

อีกอย่างหนึ่ง การไหว้นั้น เกิดจากศรัทธาที่เรามีต่อ เนื้อในแห่งศาสนา มิใช่ไหว้บุคคลผู้เป็นเหลือบแห่งกาสาวพัตร์นะ

ที่สำคัญ เคยบวชแค่เณร ถือศีล 8 ข้อ น้อยกว่าชี อีกนะ

วินัยสงฆ์ในเนื้อศาสนาพุทธ ในภาคพื้นเอเชียอาคเนย์
ลงมาถึงประเทศเรานี่
กำหนด ไว้ 227 ข้อ
ผู้ปาวารณาตนเข้ามาบวชในพุทธศาสนาต้องรักษาวินัยดังกล่าวให้มั่น จึงจะเรียกได้เต็มปากเต็มศรัทธาว่า
สมมติสงฆ์

ตัวตนและแก่นแท้ แห่งทุกศาสนา สอนให้กระทำความดี และไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน

ศาสนา จึงเป็นคำสอนและความเชื่อของแต่ละบุคคลนั้นๆเพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของแต่ละปัจเจกแตกต่างกันไป

คนไม่มีศาสนา หรือไม่นับถือคำสอนของศาสดาใดๆ มีอยู่มากมาย
ไม่บาป
ไม่แปลก
และไม่ขวางโลก

#11 By เกรียนศักดิ์ (203.209.125.158) on 2007-07-26 19:52

ลืมบอกไป

บางครั้งก็เคยคิดอย่างนี้เหมือนกัน เพราะไม่ยกมือไหว้แม่ของเพื่อนคนหนึ่งด้วยเหตุผลบางอย่าง
ไม่ผิดหรอกครับที่คิดแบบนี้ เพราะศาสนาก็เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจอย่างหนึ่ง บางคนก็ไม่จำเป็นต้องยึดถืออะไร

ผมเองก็เห็นมาบ้างนะ เรื่องพระทำอะไรไม่ดี ล่าสุดก็เพิ่งบวชพระมา...ก็เคร่งที่สุดเท่าที่จะทำได้...

ผมนับถือพุทธน่ะ ก็พยายามมองว่าเรานับถือศาสนาที่องค์พระศาสดาท่านสอนไว้ก็แล้วกัน เพราะบ่อยครั้งก็รับไม่ได้กับพฤติกรรมของคนที่อ้างตัวเป็นพระ แล้วทำสิ่งไม่ดีเยอะแยะ...

ขอให้เป็นคนดีก็พอครับ

#13 By >t-O.y: on 2007-07-27 15:37

...

แก่นแท้ของศาสนาล้วนต้องการให้ทุกคนเป็น คน"ดี"
กลวิธีต่างๆ ยกมาเป็นธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆ
หลายๆครั้ง ที่ไม่ทำตามกลวิธีเหล่านั้น
ก็กลายเป็นคนนอกรีตไปแล้ว ...
... หมดศรัทธาไปเหมือนกัน
...
แต่ ก็ต้องยอมรับว่า
ชิวิตที่เป็นสุขนั้น ต้องมีสิ่งยึดเหนื่ยวจิตใจ
สิ่งที่ทำให้เราสำนึกได้ว่า เราเป็นคนดี
... อะไร ที่ทำแล้ว ตัวเราสงบสุข มีสำนึกที่ดี กระทำสิ่งที่ดีต่อทุกสิ่งรอบๆตัว
ก็ปฎิบัติตามนั้นไป ... ไม่มีใครยกย่องเชิดชู ชื่นชม ก็ไม่แปลก
... ดีโดยเนื้อแท้ได้ ก็พอแล้ว ...

#14 By กะจิ๋วหลิว on 2007-07-29 08:29

ก็แล้วแต่จะคิดนะครับ แต่ผมว่าศาสนานั้นเป็นสิ่งบริสุทธิ์ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าก็ยังคงบริสุทธิ์อยู่ ไม่ว่าผู้ที่ทำหน้าที่เผยแพร่ศาสนาจะออกลอกลู่นอกทางไปบ้างก็เถอะ แต่ตัวของศาสนาก็คือ คำสอน ไม่ใช่ตัวบุคคลไม่ใช่หรือครับ ถึงเราไม่นับถือตัวบุคคล ก็น่าจะยังนับถือศาสนาได้นะผมว่า

#15 By ไออันโนน on 2007-08-07 10:04

ศาสนาไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี ศาสนาทุกศาสนาดีนะคับ

แต่ คนเราไม่ได้ปฏิบัติตามคำสอน ของศาสนา

เรามัวแต่ไปมองผู้ที่เกาะศาสนาอยู่ ไปวันๆ

เอาผ้าเหลืองมาคลุม (ขอใช้คำรุนแรงนะครับ)

แล้วบอกว่าตัวเองเป็นพระ อันนั้น ผมว่า มันก็ไม่ควรให้ความเคารพ อย่างที่คุณทำ ที่คุณบอก ถูกต้องแล้วครับ


ผมว่าถ้าเรากลับมามอง ตัวของศาสนา คำสอนต่างๆ แนวทางที่ท่านบอก ให้ปฏิบัติ

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดี มีอยู่ ทำไปตามคำสอน
แนวทางที่ดี ผู้ที่ปฏิบัติดี ยังมีอยู่ ยังไม่สูญหายไปใหน

ลองมองให้ลึกลงไปอีกนิดนะครับ

จะพบว่าสิ่งดีๆ ยังมี และดียิ่งกว่า ที่เคยรู้ ที่เคยเห็น

#16 By Q... on 2007-08-07 14:52

เคยอ่าน "คนนอก" ของอัลแบร์ กามู รึป่าวครับ อาจารย์ให้อ่านตอนเรียนอุดมศึกษา ผมว่าน่าจะเป็นไปในลักษณะเดียวกันนี่แหละ โดยส่วนตัวแล้ว ผมว่าการนับถือศาสนาไม่ได้ทำให้เรารู้สึกหนัก หรืออึดอัดแต่อย่างใด ผมยังคงใช้ชีวิตตามปกติ กิน เที่ยว เปรี้ยวไปวันๆบ้าง อาจจะเข้าวัดบ้างตามโอกาส หรืออาจไหว้พระก่อนนอน เมื่อยามที่ใจเป็นทุกข์ สรุปแล้วก็ปกติดีนะ ไม่ได้รู้สึกว่านับถือหรือไม่ได้นับถือ

#17 By _Nu_ on 2007-08-10 13:39

ผมก็คิดมานานแล้วครับว่า ทำไมพระสงฆ์ถึงต้องมีเงินเก็บกันมากมายอะไรขนาดนั้น มีรถ มีอะไรต่ออะไรเยอะแยะ สบายกว่าคนธรรมดาอีก แต่ผมก็ยังเชื่อนะครับว่าพระสงฆ์ที่น่าศรัทธายังมีอีกเยอะครับ และผมก็ยังเชื่อคำสอนของพระพุทธเจ้า และยังนับถือศาสนาต่อไปครับ

#18 By noom on 2007-08-10 19:31

มาเป็นพวกอีกคนค่ะ นับถือศาสนาพุทธ แต่เหมือนไม่นับถือศาสนา ประกาศกับคุณแฟนว่า ฉันไม่มีศาสนา

ทั้ง ๆ ที่แต่ก่อนนี้ค่อนข้างหัวอ่อนมาก ๆ เรื่องพวกนี้ เป็นเด็กดี อยู่ในกรอบ ในศีล ในธรรม (เท่าที่เป็นไปได้ตามสถานการณ์)

แต่ปัจจุบันนี้ ด้วยเหตุกลไกอะไรไม่ทราบ ทำให้ไม่ค่อยอยากจะนับถือ ไม่ได้ไปเห็นเบื้องหลัง แต่เห็นภาพที่เห็นออกมาทุกวัน บอกกับคุณแฟนว่าฉันไม่มีศาสนา (แต่กรอกเป็นศาสนาพุทธนะ) เพราะว่าพื้นฐานความคิด อะไรหลาย ๆ ในสิ่งที่ดี ๆ ก็มาจากนี้

เพียงแต่ว่าเห็นคนมากมาย ไปวัดไปวา เห็นวัตถุ การกราบไหว้ สิ่งที่ขอไม่รู้เค้าขออะไร เห็นมาก ๆ เข้าเลย ไม่มีศาสนาซะเลย ทั้ง ๆ ที่คนใกล้ตัวค่อนข้างจะหนักไปทางนี้ แต่ประกาศโพ่งๆ เลยว่า ไม่มีศาสนา

เป็นไปได้ ก็คนขวางโลกไม่ได้มีคนเดียวในโลกหรอกค่ะ ว่าแต่ใครจะขวางได้เท่าไหนก็เท่านั้นแหละ ขวางมาก ๆ เค้าหาว่าคนบ้านะ 555

#19 By tungmay on 2007-08-14 10:13

เท่าที่อ่าน ผมว่าคุณก็ยังนับถือศาสนาน่ะ
เเต่เป็นนับถือด้วยการปฏิบัติ ซึ่งนั่นก็คือ
เเก่นของทุกศาสนาเลยล่ะ (- -)b

#20 By Red on 2007-08-17 12:46

พระสงฆ์คือผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ พระไม่ดีก็เป็นแค่คนนุ่งผ้าเหลือง เป็นธรรมดา คนเลวมีมากกว่าคนดี การพบคนไม่ดี การคบคนไม่ดีทำให้เราเป็นคนไม่ดี การคบบัณฑิต จึงนำไปทางที่ดี มีความเห็นถูก คนบนดลกหาดียังยาก แค่คนมีความเห็นถูกยังยาก ทำถูกด้วยหายากกว่า จะเอาอะไรกับพระที่มีไม่กี่เปอร์เซนต์ พระดีมี แต่พระไม่ดีมีเยอะ

#21 By tungmay on 2007-08-29 04:20

อย่างนี้เรียกคบคนชั่วพาลดีพาไปหาผิด

#22 By tungmay on 2007-08-29 04:22

คุณจะคิดแตกต่างก็ไม่เป็นไรนะ แต่กำลังจะบอกว่าสิ่งที่คณเห็นมันเป็นสิ่งห่อหุ้ม คุณไม่เคยเห็นแก่นของก้านแอปเปิ้ลเลยต่างหาก เหมือนคุณเห็แค่เปลือกทุเรียนแล้วไม่เคยแกะออกมาดูเน้อในสีเหลืองที่หวานอร่อย คุณก็เหมารวมไปเลยว่า เปลือกหนามๆแบบนี้ข้างในคงไม่อร่อยเป็นแน่
ผมคงพูดไม่ผิดจริงไหม....
ศาสนาอยู่ที่ใจค่ะ
แค่เรานับถือในบทธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า
ก็ถือว่าดีแล้วนะคะ

แต่บางทีคนเราไม่จำเป็นต้องนับถือตัวแทน
ของศาสนาบางคน ที่ทำตัวไม่น่านับถือก็ได้
(แห่ะ ๆ แรงไปมั๊ยเนี่ย)

ไม่ผิดค่ะ ไม่ผิด
แค่ทำดีไม่ทำชั่ว และไม่ทำให้ใครเดือดร้อน
ก็โอเคแล้วค่ะ big smile
ดีๆๆๆผมไม่ชอบศาสนา แม่งไรไม่รู้ไร้สาระ เกลียดๆๆฟ้าดิน เกลียดๆๆ ไม่ต้องนับถือมันเเล้ว

#25 By เกลียดๆๆๆๆๆๆๆ (61.7.164.163) on 2007-12-14 23:26

เพื่อนผมบอกว่าที่จริงผมไม่ใช่คนขวางโลกหรอก ผมมีจุดยืนของผม แต่โลกมันดันมาขวางผมเอง...

....ชอบประโยคนี้จังครับ

#26 By Ripley on 2007-12-24 09:11

วัดดีๆมีไม่ไปบวช ก็ดันไปบวชวัดแบบนั้นเข้าจะมาโทษศาสนาไม่ดี ไม่ถูกหรอก

คนไทยบางคนก็เป็นคนไม่ดี ก็แปลว่าคนไทยไม่ดีหมดหรือไง

#27 By คนเข้าใจโลก (203.113.44.9) on 2008-01-02 20:21

เรานี่ลงในบัตรประชาชน เอกสารทุกอย่างไปเลยคะว่าไม่ระบุศาสนา เคยมีปัณหาตอนไปรับของไปรษณีย์ เค้าขอดูบัตรประชาชน เราส่งไห้ดูเค้าเรียกเพื่อนๆมามุงดูเราแล้วบอกว่าเป็นคนไทยหรือเปล่าา เราก็งง ตอบว่าใช่ มันบอกว่าถ้าคนไทยต้องนับถือพุทธสิ ทำไมไม่ใส่ไปแล้วทำท่าดูถูกเราต่อหน้าคนอื่นด้วย เราก็ถามกลับว่านี่ขนาดมึงบวชเรียนมาแล้วนะศาสนายังไม่ช่วยพวกมึงไห้ดีขึ้นเลย
แล้วก็เดินจากมันมา ที่เราไม่ระบุเพราะเราต้องการเรียนรู้ก่อนที่จะเชื่อนะคะ ไม่แอนตี้ใครหรือความเชื่อใดๆ ตอนนี้ก็อายุ33แล้ว ยังเรียนรู้อยู่เลยคะ
แต่แนวโน้มจะไปทางพุทธแต่เป็นหลักคำสอน ไม่เอาวัตถุนะคะแนวโน้มไปทางที่ท่านพุทธทาสหรือหลวงปู่ติส นัสฮันนะคะ

#28 By Duoartists in phuket on 2008-03-06 21:24

นั่งเพราะคุณถือตัวคุณเองมากเกินไป เมื่อคุณเข้าถึงแล้ว ศาสนาพุทธจะมีคำตอบให้คุณทุกอย่าง

#29 By NiwaTs (222.123.32.30) on 2008-03-11 11:39

ผมเคยคิดนะ ไม่อยากไปยึดติดกับศาสนาใด คือไม่มีศาสนาอยู่ช่วงหนึ่ง ความคิดแบบเด็กเพิ่งแตกหนุ่มน่ะ พอเริ่มโตขึ้น ได้ซึมซับศาสนามากขึ้น ผมกลับพบว่าศาสนาพุทธนี่แหละ มีคำตอบทุกอย่างให้กับชีวิตเรามากที่สุด ทุกอย่างเลย ขอเพียงเข้าถึง ศาสนาพุทธไม่มีข้อบังคับนะครับ อิสระมาก หากคุณลองศึกษาศาสนาอื่น ๆ (จริงๆ ไม่อยากเอามาเปรียบเทียบนะครับ ไม่ดี) มักจะมีบางข้อที่เป็นข้อบังคับแบบ ไม่มีเหตุผล คุณเคยสงสัยมั้ยล่ะ ว่าเราถึงคราวคับขันทีไร ก็สวดมนต์ ออกมาทุกที อย่างตอนที่คิดว่าผีอำ ผีหลอก หรือหวาดกลัว นี่แหละครับ ศาสนามันอยู่ในตัวเรา เป็นที่พึ่งที่ดีครับ พยายามศึกษา เมื่อเข้าถึงแล้ว ดีมากๆๆ ครับ มันเหมือนเป็นเกราะป้องกันเราเลย ในการดำเนินชีวิต ที่ผมเข้าใจมากขึ้น ผมผมโตขึ้นแล้วล่ะ ความคิดแบบเด็กๆ มันก็หายไปเอง --- อีกอย่างคือ หลายคนอาจจะคิดว่าทำไม ต้องบวชเมื่อถึงอายุบวช ทำไม
ผมตอบได้เลยว่า การบวชนั้น ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นหรอก หากการถูกบังคับ มันไม่ได้ไร หรอกครับ การบวชนั้น การทำบุญ ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจเรา ใจเราคิดดี ทำดี ก็ดีแล้ว อย่าซีเรียจครับ ศาสนาพุทธ ไม่มีข้อบังคับครับ อิสระที่สุด ค่อยๆ เป็นค่อยไปครับ -- หวังว่าจะมีประโยชน์นะครับ --- แด่ผู้อ่านทุกท่าน

#30 By nirvana27@hotmail.com (124.157.168.200) on 2008-04-04 11:12

ชอบครับ

ลองอ่านบทความเกี่ยวกับศาสนาพุทธของ อาจารย์แดง กีตาร์ ดูมั้ยครับ

แกมีแนวคิดบางอย่างที่เชื่อมโยงกับของคุณ kingmoji ครับ

http://gotoknow.org/blog/puntuwongrat

#31 By ราชางานพรอม on 2008-08-15 01:45