++ ถ้ า ห า ก ว่ า ฉั น ต า ย !! [2] ++
posted on 25 Aug 2007 16:47 by kingmojiต่อจาก Entry ที่แล้วนะครับ ...
หลังจากชายผู้นั้นพูดว่า วิญญาณที่ออกจากร่าง ให้ตามมา พี่ท่านนี้ก็ตามไปแต่โดยดี ชายผู้นั้น(ผมขอเรียกว่ายมทูตนะครับ)ได้นำหน้าไป พี่ท่านนี้ก็พยายามเดินไปให้ทัน ยิ่งเร่งเดินให้เท่าไหร่ระยะห่างกลับเท่าเดิม ก็เลยหยุดมองดูที่เท้าตัวเอง ที่เห็นคือเท้าของตัวเองไม่ได้อยู่ติดพื้น แต่มันลอยอยู่เหนือพื้นและปลายเท้าชี้ลง...
หลังจากตามยมทูตไปซักพัก ก็ได้ยินเสียงหนึ่งถามว่า พี่...เบอร์โทรที่บ้านพี่เบอร์อะไร พี่ท่านนี้จำได้ว่าเป็นเสียงของเจ้าหน้าที่ที่มาดูอาคารที่จะเช่า ... ความจริงพี่ท่านนี้รู้สึกว่าออกจากอาคารมาได้ไกลแล้ว แต่ว่าการเดินทางเร็วดั่งความคิด หลังจากได้ยินเสียงถาม พี่ท่านนี้ก็กลับมาบอกหมายเลขโทรศัพท์ได้ในทันที แล้วก็กลับไปติดตามยมทุตผู้นั้นตามเดิม ซักพักก็ได้ยินคำถามอีก พี่..ปกติพี่ไช้โรงพยาบาลอะไรอยู่ แล้วเธอก็กลับมาตอบอีกว่าโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์(ถ้าจำชื่อผิดขออภัยนะครับ) ตอบเสร็จก็กลับไปเดินตามยมทูตอีก... คุณวิทวัสได้ถามเจ้าหน้าที่ผู้นั้นว่า ได้ถามจริงๆหรือเปล่า เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าถามไปจริงๆ ถามเบอร์โทรเพื่อจะได้โทรไปบอกที่บ้านว่าพี่เค้าได้รับอุบัติเหตุ และถามชื่อโรงพยาบาล เพื่อที่จะได้พาไปโรงพยาบาลที่พี่เค้ามีประวัติคนไข้อยู่....
หลังจากตามยมทูตมา จนถึงพื้นที่โล่ง มองไปทางไหนก็ไม่มีอะไรเลย มีแต่ความว่างเปล่า จากนั้นยมทูตก็พาไปหาชายสองคน จำได้ว่าชายสองคนนี้สวมกางเกงคล้ายลิเกแต่ไม่มีเพชรประดับระยิบระยับเหมือนลิเก ไม่ได้สวมเสื้อแต่คล้องสร้อยสังวาลทั้งคู่ ถ้าจะให้เดาชายสองคนนี้คือสุวรรณ กับสุวาน ผู้ดูแลบัญชีรายชื่อแห่งยมโลก ชายผู้หนึ่งถือสมุดเล่มใหญ่ถามว่า ชื่ออะไร พี่ท่านนี้ก็บอกชื่อและนามสกุล ชายคนเดิมถามอีกว่า มีชื่ออื่นอีกมั๊ย ก็บอกว่ามีเพราะพี่เค้ามีชื่อภาษาจีนด้วย หลังจากบอกชื่อไปเค้าก็ถามต่อว่า สวดมนต์ได้มั๊ย ก็บอกว่าสวนได้ นะโมตัสสะ ..... เป็นบทเดียวที่สวดได้ ชายผู้นั้นก็บอกว่า ถ้างั้นรออยู่ที่นี่....
จากนั้นก็มีร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้น แต่ว่ามองเห็นแต่ขาสองข้างเพราะตัวสูงใหญ่มาก (ผมขอเรียกว่าท่านยมบาล) ท่านยมบาลก็ถามว่า ชีวิตนี้ยังห่วงอะไรอีกมั๊ย ในใจของพี่ท่านนี้คิดถึงลูกที่ยังเรียนไม่จบ และคิดถึงแม่ เลยตอบไปว่า เป็นห่วงแม่เพราะแม่เป็นมะเร็ง และตนเป็นผู้ที่พาแม่ไปหาหมอตลอด และเป็นห่วงลูกที่ยังเรียนไม่จบ ท่านยมบาลก็บอกว่า เป็นคนกตัญญู ขอดูความดีหน่อย ทันใดนั้นก็มีกล่องใบหนึ่งปรากฏขึ้นมาตรงหน้า กล่องใบนั้นใหญ่พอสมควรกว้างเป็นฟุตสูงประมาณฟุตกว่าๆ มีแสงเรืองรอง ท่านยมบาลก็พูดว่า ทำความดีมาเยอะนี่ ขณะนั้นพี่เค้ารู้สึกว่าได้รับวงแหวน (คล้ายๆวงแหวนบนหัวเทวดาที่เราเห็นในหนัง มีแสงสวยงาม) หลังจากได้รับแล้วมีความสุขที่สุด แต่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดให้เข้าใจได้ มารู้ตอนหลังว่าวงแหวนนั้นอาจจะเป็นส่วนกุศลที่สามีของเธอได้อุทิศมาให้ เนื่องจากว่าตอนอยู่โรงพยาบาลคุณหมอบอกกับสามีเธอว่าถ้าอีก 24 ชั่วโมงคนไข้ไม่ฟื้น จะต้องผ่าตัดสมองเพราะมีเลือดคั่ง สามีของเธอคิดว่าถ้าผ่าตัดสมองนี่เรื่องใหญ่มากกลัวว่าจะไม่รอด จึงได้กุมมือพี่ท่านนี้ไว้ แล้วอธิฐานว่า สิ่งศักสิทธิ์ทั้งหลาย ถ้าคุณงามความดีที่ข้าพเจ้าได้ทำมา พอมีอยู่บ้างข้าพเจ้าขออุทิศให้คุณ............. (ชื่อและนามสกุลของพี่ท่านนี้) ขอให้ฟื้นขึ้นมาอย่างปลอดภัยด้วยเถิด) จึงคิดว่าวงแหวนที่ได้รับอาจจะเป็นส่วนกุศลที่สามีเธออุทิศให้ คุณวิทวัสได้ถามสามีของเธอว่าตอนนั้นทำไมถึงอธิฐานแบบนั้น สามีของเธอบอกว่าเคยได้ทราบจากพระอาจารย์ท่านหนึ่งว่า การอุทิศส่วนกุศล ไม่จำเป็นต้องอุทิศให้คนที่ตายแล้วเท่านั้น แต่เราสามารถอุทิศส่วนกุศลให้คนที่ป่วยหนักก็ได้....
หลังจากที่ได้เห็นกล่องความดีของตนแล้ว ยมบาลก็บอกว่า ยังไม่ถึงที่ตายนี่ ขอดูกล่องอายุไข ทันใดนั้นก็มีกล่องใบหนึ่ง ปรากฏขึ้น...แต่ว่ากล่องใบนี้เล็กมาก ขนาดประมาณ 3 x 3 นิ้ว ยมบาลจึงบอกว่ายังไม่หมดอายุไขให้พากลับไปก่อน... ก่อนที่จะถูกพาตัวกลับในใจคิดว่าอยากเห็นท่านเหลือเกินตอนนี้ได้เห็นแต่ขา ทันใดนั้นเหมือนท่านยมบาลรู้ความคิดของพี่ท่านนี้ ได้ย่อตัวเองลงมาจนสามารถมองเห็นได้เต็มตัว...
...สงสัยว่าจะไม่จบภายใน 2 Entry ไว้มาต่อพรุ่งนี้นะครับ...คิดว่าพรุ่งนี้คงจบ...

มาติดตาม ตอนต่อต่อไป
...
#1 By กะจิ๋วหลิว on 2007-08-25 17:21