++ เมืองไทยสังคมแห่งชนชั้น ++
posted on 21 Apr 2008 13:48 by kingmoji
แม้ปัจจุบันเราจะได้ยินคำพูดที่ฟังดูดีอย่าง "เมืองไทยไม่มีแบ่งชนชั้น" ถึงแม้จะเป็นนามธรรมแต่ก็ทำให้รู้สึกถึงเสรีภาพและความเท่าเทียมกันในหมู่ราษฎรเต็มขั้นอย่างพวกเรา แต่..มีใครซักกี่คนครับที่รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ในเมื่อสิ่งที่ปรากฎต่อความรับรู้ในทุกๆวันสังคมไทยในปัจจุบันล้วนเต็มไปด้วยอภิสิทธิ์ชนมากมาย.. ผมจะยกมาซักสองสามตัวอย่าง..
Ex. #1
- วันนี้หัวข้อข่าวใน Manager Online : "อีสานหยุดนิ่ง! พระยาแม้ว เหยียบเมือง-อารักขายังกะไข่ในหิน" " ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ และคณะมาถึงจังหวัดขอนแก่น ปรากฏว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างเข้มงวด เมื่อมีการระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจนับพันนายมาคอยอารักขา และคอยตรวจตราวัตถุระเบิดและสิ่งผิดปกติในทุกพื้นที่ตั้งแต่ตลาดและตามวัดต่างๆ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางไป ทั้งนี้ ตามกำหนดการแล้วหลังจากเสร็จสิ้นการทำบุญสะเดาะเคราะห์ที่ขอนแก่นแล้วจะเดินทางต่อไปยังจังหวัดกาฬสินธุ์ "
บางคนอาจจะคิดว่า "แล้วมันแปลกตรงไหน ก็ท่านเป็นอดีตนายก" แปลกสิครับ..มีอดีตนายกคนไหนของไทย ที่ต้องมีกองทัพตำรวจตามไปอารักขาขนาดนี้ อย่าว่าแต่อดีตนายกเลยครับ นายกคนปัจจุบันยังไม่ได้ขนาดนี้เลย นี่หรือเปล่าครับที่เรียกว่า อภิสิทธิ์ชน แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้ ก็ต้องไปถาม ผบ.ตร พล.ต.อ.ภัชรวาท วงษ์สุวรรณ ว่าเหตุใดทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีมาตรฐานการทำงานแบบนี้ เหตุใดต้องส่งกองทัพตำรวจไปเฝ้าติดตามอารักขา ประชาชนคนไทย 1 คน ที่ตกเป็น "จำเลย" ในข้อหาทุจริตคอรัปชั่นที่ได้รับการประกันตัวชั่วคราว.. จากตัวอย่างนี้คงพอสรุปได้ว่า หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้สังคมแห่งชนชั้นยังมีอยู่คือ "ใครบางคน"
Ex. #2
- น้องน้ำเดอะสตาร์ ผมยกตัวอย่างนี้ไม่ได้มีเจตนาลบหลู่หรือเป็นการไม่ให้เกียรติคนตายแต่อย่างใดนะครับ เพราะผมเองได้ดูตอนที่เธอมาออกรายการตาสว่าง ผมชื่นชมความมุ่งมั่นในการทำในสิ่งที่ตัวเองฝัน ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก และชีวิตเธอก็น่าสงสารมาก ดูไปก็ยังน้ำตาคลอไปกับเธอ.. แต่ตัวอย่างนี้บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งที่ทำให้สังคมแห่งชนชั้นยังคงมีอยู่ก็คือ "คนบางส่วนในสังคม".. คุณแม่ของเธอที่ติดคุกอยู่ ได้รับอนุญาติมาร่วมงานศพของน้องน้ำ เนื่องจากคนไทยเป็นคนมีน้ำใจจึงมีความเห็นว่าก็เหมาะสมแล้วเพราะเธอสูญเสียลูกอันเป็นที่รัก จึงสมควรได้รับอนุญาติให้ออกมาร่วมงานศพ.. แต่..ต้องไปศึกษาดูด้วยว่านักโทษคนอื่นๆเค้ามีบุคคลอันเป็นที่รักเสียชีวิตในระหว่างที่เค้าจำคุกอยู่หรือไม่ และได้รับอนุญาติให้ไปร่วมงานศพเหมือนกรณีนี้หรือไม่.. หลังจากนั้นได้มีการทำเรื่องขอให้คุณแม่ของเธอพ้นโทษก่อนกำหนด ด้วยเหตุผลว่าไม่มีใครดูแลน้อง ทั้งๆที่อีกเดือนเดียวเธอก็จะพ้นโทษอยู่แล้ว ก็เกิดคำถามเหมือนเดิมว่า..นักโทษคนอื่นล่ะถ้ามีเหตุจำเป็น ขอพ้นโทษก่อนกำหนดได้หรือไม่ ?? และอย่าลืมว่านักโทษคือผู้กระทำความผิดจึงได้รับโทษ.. ถ้าเปรียบเทียบในกรณีเดียวกัน ถ้าไม่ใช่น้องน้ำเดอะสตาร์ แต่เป็นใครซักคน ที่เค้าพยายามทำสิ่งที่ตัวเองฝัน (แน่นอนว่าเพื่อตัวเอง) แต่ฝันยังไม่ทันได้เป็นจริงเค้าต้องหยุดทำในสิ่งที่ตัวเองพยายามเนื่องจากเป็นโรคร้าย และในที่สุดก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา ถามว่าสังคมให้ความสำคัญกับคนๆนี้ได้เท่าน้องน้ำหรือไม่ ??
Ex. #3
- เจ้าหน้าที่บ้านเมือง หรือคนของรัฐ มักทำตัวเป็นเจ้านายประชาชน ผมยังจำคำที่ผู้ใหญ่มักจะสอนตอนผมเป็นเด็กว่า "ให้เรียนสูงๆจะได้ไปเป็นเจ้าคนนายคน" ในที่นี้เค้าหมายถึงให้ไปรับราชการ เพราะเชื่อว่าถ้ารับราชการมีแต่คนให้ความเคารพ สิ่งเหล่านี้ถูกฝังหัวกันมาแสนนาน แม้ช่วงหลังๆจะมีการปฏิวัติความคิดนี้ แต่ก็ยังมีหลายคนโดยเฉพาะคนจนเวลาไปติดต่อสถานที่ราชการ ไม่เคยได้ยืดอกตรงในฐานะประชาชนคนเสียภาษีเพื่อชาติเสียที และยังต้องหงอข้าราชการต่อไป แต่ทำไงได้ในเมื่อจิตสำนึกมันเตือนเราเสมอว่า "จนต้องเจียม" ดังนั้น "ความเชื่อ" ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ยังคงมีสังคมแห่งชนชั้น
แม้แต่การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายทางการตลาด ยังแบ่งกลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่ม A, B, C ถึงแม้จะบอกว่าเป็นการแบ่งตามความสามารถในการใช้จ่ายและกำลังซื้อ แต่ผมว่ามันก็เหมือนเป็นการแบ่งชนชั้นกลายๆนั่นแหละครับ.. แล้วในเมื่อมันเป็นแบบนี้แล้ว..เราจะทำให้สิ่งเหล่านี้หมดสิ้นไปจากสังคมไทยได้หรือไม่ ตอบแบบไม่ต้องใช้หัวได้เลยครับว่า "ไม่มีทางเป็นไปได้" เพียงแต่ต้องช่วยๆกันดูว่าอย่าให้มันน่าเกลียดเกินไปนัก แล้วก็ส่งเสียงเตือนกันบ้างเป็นครั้งคราวเท่านั้น แต่ไอ้ตัวอย่างแรกนี่มันขัดใจอ่ะครับ ขัดใจ..
ปล. เพลงนี้มันเป็นลางยังไงไม่รู้นะ..
credit : ข่าวจาก Manager Online
สังคมไทย
ไม่ใช่ว่าไม่สำเหนียกว่าตัวเองก็เป็นคนไทย หรือไปนับถือเชิดชูต่างประเทศมากกว่าหรอกนะคะ เพียงแต่มันเห็นมาเยอะ จนไม่รู้จะใช้คำว่าอะไรพูดดี
ยังไงๆ ทรัพย์สินเงินทอง เกียรติยศ หรือหน้าตาก็จำเป็นต่อมนุษย์วันยันค่ำ
สิทธิเท่าเทียมกัน ที่ไหนเล่าจะมี
ปล. คงไม่หายไปนะคะ บล็อคนี้ (ฮา~)
#1 By madboo on 2008-04-21 14:11