++ คุณภาพชีวิตราคาถูก ++
posted on 23 Apr 2008 14:03 by kingmoji
จะว่าไปแล้วเมื่อตอนวิกฤติเศรษฐกิจปี 40 แม้ว่าเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศจะย่ำแย่สุดๆ ทั้งบริษัทต่างๆ ทั้งสถาบันการเงินต่างก็ล้มกันทั่วหน้า แต่สำหรับประชาชนคนเดินดินกินข้าวแกง อย่างผม พูดได้เสียงดังฟังชัดเลยว่า ผมไม่รู้สึกว่าตัวเองได้รับผลกระทบนั้นๆเลย เนื่องจากผมเป็นมนุษย์เงินเดือน รายได้ต่างๆเท่าเดิม สินค้าไม่ได้ราคาพุ่งปรี๊ดเหมือนทุกวันนี้ ดังนั้นศักยภาพการใช้จ่ายไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง.. แต่ว่าวันนี้ต่างหากล่ะครับ..
วันที่ผมกำลังนั่งเขียน entry นี้อยู่นี่แหละ ที่ผมเริ่มรู้สึกว่า "นี่มันยิ่งกว่าฟองสบู่แตกเมื่อปี 40" เพราะสินค้าจำเป็นที่เราต้องซื้อทุกๆวัน มันขึ้นราคา ตัวอย่างที่ดีที่สุดคือน้ำมัน ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงอีกแล้ว อันนี้ยังพอทนครับ ถ้าเลวร้ายที่สุดอย่างมากผมก็จอดรถไว้ที่บ้าน แล้วขึ้นรถไฟฟ้าแทน ยังถูกกว่ากันนิดหน่อย แต่ที่เลี่ยงไม่ได้คืออาหารครับ ทำไงได้ในเมื่อต้องกินทุกวันขาดกันไม่ได้.. ถึงแม้เศรษฐกิจดูเหมือนจะย่ำแย่แบบนี้ อย่าคิดนะครับว่าคนที่เดือดร้อนที่สุดจะเป็นบริษัท ห้างร้านต่างๆ เพราะเดี๋ยวนี้เค้ารู้จักพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสกันทั้งนั้น ด้วยเหตุผลง่ายๆคือ "ขอขึ้นราคา" ตรงนี้มันจะไม่ทำให้ผลหงุดหงิดหรอกครับถ้าหากราคาที่ปรับขึ้นมันสะท้อนต้นทุนจริง เช่น ปกติต้นทุน 10 บาท ขาย 15 บาท ได้กำไร 5 บาท ถ้าต้นทุนมันขึ้นมาเป็น 15 บาท เค้าขึ้นราคาขายเป็น 20 บาท กำไรก็ 5 บาทเท่าเดิม เค้าก็ยังอยู่ได้สบายเพราะต้นทุนผู้ซื้ออย่างเราเป็นคนแบกรับ อันนี้เข้าใจและทำใจให้ยอมรับได้ครับ แต่บางที่เค้าไม่ทำแบบนี้ ต้นทุนขึ้นเป็น 15 บาท ขาย 22 บาท นอกจากเราจะแบบรับต้นทุนให้เค้า 5 บาทแล้ว ยังต้องควักเนื้อเพิ่มกำไรให้เค้าอีก 2 บาท..
ปกติมื้อเย็นผมจะฝากท้องไว้กับร้านอาหารตามสั่งหน้าปากซอย เมนูจะจำก็หนีไม่พ้นข้าวผัดกระเพรากุ้ง+ปลาหมึก เมื่อต้นเดือนเค้าขึ้นราคาจาก 35 บาท เป็น 40 บาทต่อกล่อง แล้วเมื่อวานนี้ก็ขึ้นราคาอีกครั้งเป็น 45 บาทต่อกล่อง ผมจึงเริ่มคิดถึงความคุ้มค่าของเงินที่จ่ายไปครับ ข้าวราคา 45 ทั้งกล่องประกอบไปด้วยข้าวสวย มีปลาหมึกสองสามชิ้น และกุ้งสองสามตัว ด้วยราคาขนาดนี้กับสารอาหารที่เราได้รับ มันน่าเศร้าครับ ถ้าว่ากันด้วยแนวคิดตามหลักเศรษฐศาสตร์แล้ว ผมจึงอยากแนะนำคนที่มีวงจรชีวิตแบบผมว่า ถ้าจะให้ได้ความคุ้มค่าและอรรถประโยชน์สูงสุด เราควรเปลี่ยนมาเป็นแฟนพันธุ์แท้ข้าวแกงดีกว่าครับ แถวบ้านผมแกง 1 ถุงราคา 15 บาท มีเนื้อมีหนังไม่ได้มีแต่วิญญาณ ข้าวสวย 1 ถุงแม้จะปรับราคาจาก 5 บาทเป็น 7 บาท แต่รวมกันแล้วมื้อเย็น 22 บาทถือว่าประหยัดไปได้มากทีเดียวครับ..
เมื่ออะไรๆก็แพงขึ้น แต่สิ่งที่เท่าเดิมคือเงินเดือน และสิ่งที่ถูกลงคือคุณภาพชีวิตครับ.. ทั้งที่มันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด สำหรับมนุษย์เงินเดือนแล้ว มันก็เหมือนชีวิตเราถูกบริษัทซื้อไปแล้วด้วยการผ่อนชำระเดือนละไม่กี่หมื่นบาท ชีวิตเรามันช่างราคาถูกอะไรอย่างนี้ ถึงผมจะไม่ค่อยมีความเชื่อเรื่องดวง แต่อยากให้เจียดเงินเพียงไม่กี่สิบบาท มาซื้อความหวังอย่างน้อยก็ล็อตเตอร์รี่ซักใบ ยังมีความหวังมากกว่าจะรอให้ใครมาช่วยครับ..
จน....เครียด จบไปก็ไปเป็นมนุษย์เงินเดือน เหมือนกัน
อาจจะนอกเรื่องนิดหน่อย แต่มาช่วยกันสะกิดต่อมลดโลกร้อนกันเถอะ
สำหรับมนุษย์เงินเดือนแล้ว มันก็เหมือนชีวิตเราถูกบริษัทซื้อไปแล้วด้วยการผ่อนชำระเดือนละไม่กี่หมื่นบาท
ชีวิตเรามันช่างราคาถูกอะไรอย่างนี้
...โดนสุดๆ
ชีวิตราคามันถูกเหลือเกิน ..
#1 By a.while on 2008-04-23 14:37